ความฝัน คืออะไร

ความฝัน คืออะไร

ความฝัน คืออะไร เป็นภาวะการแสดงออกของความนึกคิด ความรู้สึก และเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาในสมองในขณะหลับ สมองจะฉายภาพของสิ่งต่าง ๆ ทั้งที่มีอยู่จริง และที่เกิดขึ้นจากจินตนาการ มักจะรวมถึงรูป รส กลิ่น เสียง และสิ่งที่เราสัมผัสได้ เรื่องราวในความฝัน เป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน ไม่ต่อเนื่อง คาดเดาไม่ได้ และไม่มีเหตุผล ซึ่งนักวิจัยหลาย ๆ คน ยังไม่สามารถระบุข้อมูลที่แท้จริง เกี่ยวกับความฝันได้ทั้งหมด แต่ก็มีทฤษฎี และความเชื่อเกี่ยวกับความฝันอยู่ไม่น้อย ผู้เชี่ยวชาญต่าง ๆ ได้ถกเถียงกันในประเด็นที่ว่า ความฝัน เกิดขึ้นได้อย่างไร จนออกมาเป็นทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ที่หลากหลาย แตกต่างกันไป เช่น ความฝัน เป็นกระบวนการจัดการความจำของสมอง ความฝัน เป็นผลกระทบจากความคิด ความเครียด อารมณ์ หรือสิ่งที่เคยพบเห็น ความฝัน เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสารเคมี และกระแสไฟฟ้าภายในสมอง รวมถึง ความฝัน ยังอาจเป็นสัญญาณของการเจ็บป่วยของร่างกายได้อีกด้วย เป็นต้น ความฝัน สามารถเกิดขึ้นขณะใดก็ได้ ในระหว่างนอนหลับ แต่มักเกิดขึ้นในช่วง REM หรือช่วงที่มีการเคลื่อนไหวดวงตาอย่างรวดเร็วขณะนอนหลับ เป็นช่วงที่สมองจะมีการตื่นตัวมากที่สุด

โดยในอีกด้านหนึ่ง ความฝัน มักถูกโยงเข้ากับสิ่งเหนือธรรมชาติ เช่น วิญญาณ การเห็นอนาคต โชคลาภ และลางร้าย ชาวกรีกและชาวโรมันโบราณ เชื่อกันว่า ความฝัน คือสารจากพระเจ้า ชาวจีน มักเชื่อกันว่า ความฝัน คือหนทางไปเยือนสมาชิกในครอบครัวผู้ล่วงลับไปแล้ว ชนเผ่าพื้นเมืองอเมริกันบางชนเผ่า และชาวเม็กซิกันที่เจริญแล้ว เชื่อว่า ความฝัน คืออีกโลกหนึ่ง ที่เราสามารถไปเยือนได้ในขณะที่หลับ ส่วนชาวยุโรป เชื่อกันว่า ความฝันคือสิ่งชั่วร้าย และอาจชักนำให้คนหันไปทำสิ่งเลวร้ายได้ อย่างไรก็ตาม ทฤษฎีที่ว่าความฝันเกิดขึ้นได้อย่างไรนั้นก็ยังไม่มีข้อพิสูจน์ที่แน่ชัด

ประเภทของ ความฝัน คืออะไร

การ ฝัน เป็นการที่จิตใต้สำนึก (Subconscious mild) และจิตสำนึก หรือ สติความรู้สึกตัว (conscious mild) ทำงานประสานกันเพื่อแสดงออกถึงสิ่งที่อยู่ภายในจิตใจของเรา ไม่ว่าจะเป็นบุคลิก จิตวิญญาณ ความหวัง ความหวาดกลัว และความปรารถนาที่มักถูกปิดบังอยู่เบื้องลึกของแต่ละคน การฝันถือเป็นเรื่องส่วนตัวหรือว่าเป็นประสบการณ์เฉพาะบุคคลที่ได้รับจากการนอน เพราะฉะนั้นการฝันถึงสิ่งเดียวกันก็อาจแปลแตกต่างกันในแต่ละคนได้ บางความฝันอาจสร้างความพึงพอใจ บางฝันสนุก บางฝันก็ทำให้เครียดได้ ความฝันนั้นมีหลากหลายประเภทโดยสามารถแบ่งได้ ดังนี้

  1. ฝันแบบรู้ตัว (Lucid dream) ความฝันประเภทนี้เป็นความฝันที่ผู้ฝันทราบว่าตนเองกำลังอยู่ในความฝัน บางคนสามารถควบคุมเรื่องราวในความฝันได้ ความฝันแบบรู้ตัวอาจเกิดจากการทำงานที่เพิ่มขึ้นของสมองส่วนจิตสำนึก ความรู้สึก ความจำ และภาษา ซึ่งโดยปกติสมองส่วนนี้จะทำงานน้อยลงหรือหยุดทำงานชั่วคราวในขณะหลับ ฝันแบบรู้ตัวเป็นภาวะของสมองระหว่างช่วง REM หรือช่วงมีการเคลื่อนไหวดวงตาอย่างรวดเร็วขณะนอนหลับ และในช่วงที่ใกล้ตื่นนอน โดยในช่วงนี้สมองจะมีการตื่นตัวมากที่สุด
  2. ฝันซ้ำ (Recurrent dream) ฝันซ้ำมักมีรูปแบบความฝันที่เกี่ยวข้องกับความผิดพลาดหรือล้มเหลว อย่างการถูกทำร้าย ถูกไล่ล่า ถูกขัง ล้ม สอบตก หรือพลาดงานสำคัญ ฯลฯ ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ฝันซ้ำอาจสะท้อนถึงปัญหาในชีวิตจริงที่ยังหาทางออกไม่ได้ ซึ่งอาจหายไปเองเมื่อปัญหานั้นคลี่คลาย หรือผู้ฝันมีแนวทางที่จะรับมือกับปัญหานั้น อีกรูปแบบหนึ่งของฝันซ้ำ คือ ในความฝันผู้ฝันอาจพูดไม่ได้ซึ่งอาจสะท้อนถึงความเขินอายและไม่กล้าแสดงออก
  3. ฝันร้าย เป็นการนิยามลักษณะของความฝันที่น่าหวาดกลัวหรือสร้างความรู้ในด้านลบกับผู้ที่ฝัน ฝันร้ายสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนและฝันร้ายอาจสะท้อนหรือบ่งบอกถึงสิ่งที่น่ากังวลได้หลายอย่างในชีวิตจริง เช่น ความเครียด ประสบการณ์เลวร้ายที่ฝังใจ ความรู้สึกด้านลบ ปัญหาด้านสุขภาพ อย่างโรควิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า โรคเกี่ยวกับการนอนหลับ โรคไมเกรน และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เป็นต้น โดยในขณะที่ฝันร้ายผู้ฝันอาจตะโกนหรือกรีดร้องออกมาในขณะหลับและอาจทำให้ตื่นขึ้นได้
  4. การฝันแบบเป็นเรื่องเป็นราว (Epic dream) ความฝันชนิดนี้จะชัดเจนและดูสมจริงจนทำให้ผู้ที่ฝันสามารถจะจดจำมันได้นับปี เมื่อตื่นขึ้นมาผู้ฝันมักจะรู้สึกเหมือนกับว่าได้ค้นพบบางอย่างที่น่าตื่นเต้นในตัวของเขาหรือชีวิตของเขา
  5. การฝันเกี่ยวกับสุขภาพกาย สุขภาพใจ ความเจ็บป่วย (Healing dream) การฝันว่าปวดปัสสาวะ การฝันเปียก (Wet Dream) ก็นับเป็นฝันในรูปแบบนี้เช่นกัน
  6. ความฝันที่มารบกวน (Nightmare) ทำให้รู้สึกมีความทุกข์จนบางครั้งอาจ จะโวยวาย ละเมอ สะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกและเกิดอาการหวากผวา มักจะเกิดขึ้นในการนอนระยะ Rapid Eye Movement (REM) ซึ่งจะทำให้ผู้ฝันสามารถจดจำเรื่องราวได้ เพราะสมองของเรายังทำงานเหมือนกับตอนที่เราตื่น ทว่ากล้ามเนื้อของเราจะอยู่ในสภาวะอัมพาต เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายของเราเคลื่อนไหวจากการสั่งงานของสมองในขณะที่เราหลับและทำให้เราเจ็บตัวได้ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นสาเหตุที่ทำไมเวลาเราฝันร้ายแล้วพยายามตื่น แต่ตื่นไม่ได้ซักทีนั้นเอง ในบางครั้งการฝันร้ายก็มีสาเหตุมาจากความผิดปกติของความเครียดหลังเกิดอุบัติเหตุ
  7. ฝันบอกอนาคต (Prophetic dream) ความฝันชนิดนี้อาจเกิดจากความขยันของจิตสำนึก นั่นคือเรื่องธรรมดาที่ผ่านมาในชีวิตถ้าอาศัยเพียงสติทั่วไป (Conscious) อาจไม่ทันสังเกตเห็น แต่จิตสำนึกนั้นเก็บเกี่ยวมาคิดและหาบทสรุปที่เป็นไปได้ของสิ่งนั้นๆ เป็นกระบวนการวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ ของจิตใต้สำนึก แล้วเอาคำตอบมาให้กับเจ้าของความฝัน มันเลยเป็นเรื่องที่จะเกิดขึ้นจริง

แต่ถึงอย่างไร ความเชื่อของเรา ๆ ชาวไทยพุทธก็คือ “ความฝัน การ ทำนายฝัน สามารถทำนายเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นได้แม่นยำจนน่าเหลือเชื่อ”